ทาทา ยัง

ทาทา ยัง

Tata YoungTata Young (born Amita Marie Young, Thai: อมิตา มารี ยัง amíta mari yang, December 14, 1980 in Thailand) is a Thai singer, model and actress. After becoming a Thai superstar in her early teens, she became an international success with the release of her first English-language album I Believe, in 2004. She remains one of the most popular celebrities in Thailand, and is a perennial "favorite" pick by magazines and music-video channels.

Tata Youngอมิตา มารี ยัง หรือ ทาทา ยัง (เกิด 14 ธันวาคม พ.ศ. 2523 ในประเทศไทย) นักร้องและนักแสดงชาวไทย ชนะเลิศการประกวดร้องเพลงระดับชาติเมื่ออายุ 11 ปี และได้เซ็นสัญญาเป็นนักร้องอาชีพเมื่ออายุ 14 ปี
ลูกครึ่ง ไทย-อเมริกา ทาทา ยัง ได้ชื่อเล่นว่า "ทาทา" มาหลังจากที่พ่อแม่ ไปเที่ยวประเทศอินเดีย และได้ชื่นชอบชื่อ บริษัททาทา ซึ่งเป็นบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในอินเดีย ทาทาจบการศึกษาระดับประถมต้นจากโรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนาบริติช และศึกษาต่อระดับอนุปริญญาจาก Nebraska University of Lincoln
ทาทาได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากหลังจากออกอัลมั้มภาษาอังกฤษชุดแรกที่ชื่อ I Believe ด้วยเพลงเปิดอัลบั้ม "Sexy Naughty Bitchy" ที่มีเนื้อหาล่อแหลม กล่าวถึงหญิงสาวที่ชอบแต่งกายนุ่งน้อย ห่มน้อย เพื่อยั่วยวนผู้ชาย อย่างไรก็ดี ทาทาก็ประสบความสำเร็จอย่างมากกับอัลบั้มชุดนี้ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะที่ญี่ปุ่นและอินเดีย

ประวัติ

ในปี 2533
"สาวน้อยมหัศจรรย์" เป็นชื่อแฝงที่เธอได้มาจากความสามารถ รอบตัวและความสำเร็จที่ได้มา ด้วยอายุอันน้อยนิดของ"อมิตา มาเรีย ยัง" หรือ "ทาทา ยัง" เด็กน้อยเสียงใสที่ พวกเรา เห็นเธอ จากเวทีประกวด นิสสันมิวสิก อะวอร์ด ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
"ทาทา ยัง" ได้รับโอกาสก้าวเข้าสู่การเป็นศิลปิน โดย จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เรวัต พุทธินันทน์ เป็นผู้ปลุกปั้นเธอ

ในปี 2538
หลังจาก นั้นไม่นานเธอก็กลายเป็นสาวน้อยผมสั้น ทีท่าทะมัดทะแมงกับอัลบั้มชุดแรก "อมิตา ทาทายัง" ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และทำยอดขายอัลบัมชุดแรกถึง 1 ล้านตลับ และยังมีอัลบัมพิเศษเพื่อเป็นการฉลองครบ 1 ล้านตลับของเธอ โดยมีเพลง "ฉันรักเธอ" เป็นเพลงทำขึ้นมาใหม่
คอนเสิร์ต นานา ทาทา ได้รับการตอบรับอย่างดีถึง 2 รอบการแสดง รวมถึงคอนเสิร์ตตอนพิเศษ Spacial Concert ตอน I Love U อีกด้วย

ในปี 2539
เธอได้เป็นหนึ่งใน 6 นักร้อง หลักของแกรมมี่ ในการร่วมออกอัลบั้มพิเศษชุด 6.2.12 ที่เสมือนเป็น ใบการันตีจากคนใน วงการเพลงแล้วว่า "ทาทา" ไม่ใช่เด็กอีกแล้ว แต่เธอเป็นมืออาชีพเคียงบ่าเคียงไหล่นักร้อง ยอดนิยมรุ่นพี่ ในยุคนั้นได้อย่างสบายๆ และได้ขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่กับนักร้องรุ่นพี่ในคอนเสิร์ต 6.2.12 concert festival มีผู้ชมกว่าครึ่งแสนมาเข้าชม
ทาทาได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปออกรายการโทรทัศน์ออสเตรเลียที่ชื่อว่า “World Telly Broadcast” ซึ่งประกอบไปด้วยเยาวชนจากเอเชียในรายการและออกอากาศในเดือนกุมภาพันธ์ มีผู้ชมทั้งในออสเตรเลียและจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ทาทาได้จัดคอนเสิร์ต “Tata Young Live In Hollywood” ที่ Hollywood Palladium ซึ่งเป็นเป็นได้ยากที่นักร้องเอเชียจะขึ้นไปเหยียบบนเวทีนั้นได้

ในปี 2540
เป็นอีกปีหนึ่งที่เรียกได้ว่า เป็นปีทองของเธอ ด้วยการเปิดประตูสู่การเป็นนักแสดง กับภาพยนตร์เรื่อง "จักรยานสีแดง" พร้อมกับออกอัลบั้มเพลง ประกอบภาพยนตร์ และถัดมาในปลายปีกับอัลบั้มเพลงส่วนตัว ทำให้เธอได้รับรางวัล ดารานำหญิงยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัล แอนนวล บลอคลัสเตอร์ เอนเตอร์เทนเมนต์ อะวอร์ด แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 4 ในปี 2540 (The 4th Annual Blockbuster Entertainment Awards 1997)
ความสามารถรอบตัว ทำให้เธอเป็นที่ยอมรับของมหาชนอย่างงดงาม ชื่อของเธอได้กลายเป็นคำที่ถูกพิมพ์บ่อยครั้งในสื่อต่างๆ โดยถูกยกย่องเป็น 1 ใน 10 บุคคลผู้เป็นอิทธิพล แก่ผู้คนในประเทศไทย จากนิตยสาร ELLE
และทาทาได้เป็นศิลปินคนแรกในรอบ 14 ปีที่ได้รับรางวัลพระพิฆเนตรทองคำจากสมาคมศิลปินเพลงแห่งประเทศไทยภายในพระบรมราชูปถัมภ์
"อะเมซิ่ง ทาทา" ที่ยังคงยอดขายหลักล้านที่ยากจะหาใครลบสถิติ ความเร็วและแรงของเธอได้ ซึ่งในกลางปีเดียวนั้นเองที่ รัฐบาลจีนได้เชิญเธอในฐานะนักร้องจากประเทศไทย เพียงคนเดียว ที่ไปร่วมงานเฉลิมฉลองส่งมอบเกาะฮ่องกงคืน ซึ่งนับเป็นการยอมรับ ในระดับสากลอีกครั้งของเธอ

ในปี 2541
ดูเหมือนจะเป็นปีแห่งการ แสดงของทาทา "O-Negative รักออกแบบไม่ได้" เป็นภาพยนตร์ แนวใหม่ที่ชี้ถึง ความสำเร็จ ของเธอด้วยรางวัลมากมาย แม้ผลงานเพลงจะยัง ไม่มีเด่นชัดนัก แต่อัลบั้มเพลงประกอบ ภาพยนตร์ก็ช่วย ทำให้คนหายคิดถึงเธอได้ ในระดับหนึ่งเหมือนกัน จากนั้นเราก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเธอหลัง จากหายหน้าไปนาน เมื่อมีการเปิดตัวนักร้องหลักของกีฬา เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 "อมิตา ทาทา ยัง" ไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไปแล้ว เสียงเพลง "Reach for the stars" ที่ก้องกังวาลไปทั้งสนาม และยังแพร่ภาพไปทั่วโลกนั้น แสดงถึงพลัง แห่งเสียงร้อง และรัศมีการเป็น "ตัวจริง" ของหญิงสาวสวยคนนี้ เธอยังได้เป็น 1 ใน 25 บุคคล ผู้เป็นที่ยอมรับในเอเชีย จาก ASIA WEEK MAGAZINE
อัลบั้ม Tata Remix อัลบั้มชุดพิเศษที่ได้นำเพลงฮิตของทาทา มาเรียงเรียงใหม่ในจังหวะสนุกสนาน ทั้งแบบ Chinese mix,Euro mix,House Mix นอกจากนี้ยังได้นำเพลง 'Hello' มารีมิกซ์ใหม่พร้อมกับได้เจ้าของเพลงอย่าง 'มอส' มาร่วมร้องในเพลงนี้ด้วย
นิตยสาร MARIE CLAIRE เล่มที่ 115 ได้เขียนสกู๊ป RICH KIDS ซึ่งเป็นเรื่องราวของเด็กเก่งทั่วโลก และหนึ่งในนั้นก็มี ทาทา ติดอันดับเด็กรวย ซึ่งสามารถทำเงินได้จำนวน 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ทาทายังได้รับเลือกให้ไปร่วมงาน ASIA LIVE ของสถานี NHK ประเทศญีป่น ร่วมกับ ศิลปินชั้นนำของเอเชีย ซึ่งได้ถ่ายทอดกว่า 30 ประเทศ

ในปี 2542
ทาทาได้รับเชิญจากสถานี CCTV ให้ไปร่วมแสดงกับ 80 ศิลปินในการฉลองเปิดสถานี ซึ่งเผยแพร่กว่า 100 ประเทศทั่วโลก และในเดือนพฤษภาคมทาทาได้เดินทางไปฮ่องกงเพื่อให้สัมภาษณ์ในรายการ 'Q&A' ของสถานีโทรทัศน์ CNN โดยมี Riz Khan' เป็นผู้สัมภาษณ์ในหัวข้อ 'Asia's Top Entertainers' และในเดือนตุลาคมสถานีโทรทัศน์ CNN ได้เผยแพร่เรื่องราวของเธอใน 'Tata Young - One of Asia's Most Outstanding Teenagers'
นอกจากทาทาจะให้สัมภาษณ์กับ CNN แล้ว ถัดมาในเดือนมิถุนายนทาทาได้เป็นศิลปินไทยคนแรกที่ 'MTV Asia Online' สัมภาษณ์ และเดิอนกรกฎาคม Reuters ได้เผยแพร่เรื่องราวของเธอกับ 'Tata Young Feature Story - Thai Teen Sensation Reaches for the Stars' นอกจากนี้ทาทายังได้รับเลือกจากหนังสือพิมพ์ The Nation ให้เป็น 1 ใน 100 ผู้ทรงอิทธิพลในรอบศตวรรษ (One of Thailand's 100 Most Influential Artist & Entertainers of the Century)

ในปี 2543
หลังจากรับงานถ่ายแบบ และเดินแบบมาอย่างต่อเนื่อง ปีนี้เองที่ทาทาได้เข้าสู่วงการแฟชั่นอย่างจริงจังโดยเธอได้เซ็นสัญญาเป็นนางแบบในสังกัด CHANEL รวมถึงมีงานเดินแบบ ถ่ายแบบ ทั้งในและนอกประเทศตลอดปี
ทาทาได้เซ็นสัญญากับ BEC-TERO Entertainment เป็นเวลา 4 ปี โดยจะมีผลงานละคร 2 เรื่อง ภาพยนตร์ 2 เรื่อง และงานเพลงทั้งหมด 3 ชุด

ในปี 2544
นิตยสาร TIME (Asia) ฉบับวันที่ 23 เมษายน ได้เสนอบทความ "The Eurasian Invasion" เรื่องราวของลูกครึ่งที่มีชื่อเสียงในแถบประเทศเอเชีย เพื่อแสดงว่าอิทธิพลของลูกครึ่งในธุรกิจบันเทิงกำลังมาแรง ซึ่งทาทาได้ให้สัมภาษณ์และขึ้นปกพร้อมกับMaggie Q.และ Asha Gill
ทาทากลับมา อีกครั้งในสังกัดใหม่ เทโร เรคอร์ด พร้อมอัลบั้มชุดใหม่ TATA YOUNG เพลงในอัลบั้มหลายเพลงยังคงเป็นแนวป๊อป แต่ที่ เปลี่ยนแปลงคือสีสันของแต่ละเพลงที่จะแตกต่างกันไป ซึ่งทั้งหมด นั้นก็ดึงมาจากบุคลิกของทาทาเอง เช่นเพลงสนุกอย่าง ช็อต, อา-โบ-เด-เบ, ตัวแสบ, หวานใจ ก็จะเป็นเพลงแสบๆ ซ่าๆ และร่าเริง หรือถ้าเป็นเพลงช้าอย่าง เก็บฉันไว้ยืนข้างเธอทำไม, อย่าเกลียดกันก็พอ ก็จะเป็นอารมณ์ซึ้งๆ

ในปี 2545
'ปลายเทียน' ผลงานละครเรื่องแรกของทาทาได้ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ละครเรื่องนี้ทาทารับบท 'เกาลัด' สาวทันสมัย มั่นใจในตัวเอง นอกจากแสดงละครแล้วทาทายังได้ร้องเพลงประกอบละคร'จะเก็บเอาไว้ให้เธอผู้เดียว' และ 'จดจำไว้ในลมหายใจ' ด้วย ในแบบของเธอ
นอกจากผลงานละครแล้วทาทายังได้ร่วมทำโปรเจกต์อัลบั้มพิเศษต่างๆทั้งอัลบั้ม 2002 FIFA WORLD CUP ที่ทาทาได้ร้องเพลง 'เชียร์หยุดโลก' ร่วมกับ อัยย์,ซ่าร่า,โน๊ต-ตูน และอัลบั้ม Perspective I ที่นำเอาเพลงเก่าของเบิร์ด-ฮาร์ท มาเรียบเรียงใหม่ โดยทาทาได้ร้องเพลง 'ห่างไกล'

ในปี 2546
ระยะเกือบ 2 ปี ที่ปล่อยให้แฟนเพลงรอคอย อัลบั้มเพลงชื่อ Real TT (เรียว ทีที) ซึ่งมีความหมายตรงตัวถึง ความเป็นตัวตนที่แท้จริงของทาทา ในมุมที่เป็นส่วนตัวที่คุณคาดไม่ถึง และไม่เคยสัมผัสมาก่อน มีหลากหลายอารมณ์ทั้งสนุก หัวเราะ เศร้าเคล้าน้ำตา แนวเพลงยังคงความเป็นป๊อป ที่ผสมผสานความเป็นแดนซ์, เทคโน และ R&B เปิดตัวด้วยเพลง "Super แฟน (super man)" เพลงเต้นรำ จังหวะสนุกๆ และเพลงช้าอย่าง "อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน" เรื่องจริงที่อาจเกิดขึ้น กับชีวิตใครหลายคน รวมทั้งเธอยังได้ควบตำแหน่ง Co-Producer ร่วมเขียนเนื้อเพลงและวางคอนเซ็ปต์ในอัลบั้มชุดนี้อีกด้วย

ในปี 2547
ด้วยความสามารถในการร้องเพลงอันโดดเด่นของเธอ ทำให้ “Tata Young” กลายเป็นศิลปินไทยคนแรก ที่ได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินในสังกัด Columbia ของบริษัท Sony Music เช่นเดียวกับศิลปินระดับโลกอย่าง Celine Dion, Beyonce, Destiny’s Child, Ricky Martin และ John Mayer

ที่ สิงคโปร์ เธอได้รับเกียรติให้เป็นกรรมการตัดสินและแสดงโชว์ในงานประกวด Miss Singapore 2004, อีกทั้งรายการ SitCom ชื่อดัง ยังจัดตอนพิเศษเพื่อชวนเธอไปเป็นแขกพิเศษในรายการ
๐๐๐๐ ที่ มาเลเซีย ถึงแม้ว่าจะต้องมีการเปลี่ยนชื่อเพลงจาก “Sexy, Naughty, Bitchy” เป็น “Sexy, Naughty, Cheeky” ก็ยังไม่อาจต้านกระแสความแรงของเธอได้และ ทาทา ยังมีผลการโหวตให้เป็นศิลปิน 1 ใน 50 การจัดอันดับผู้หญิงที่เซ็กซี่ที่สุดในโลกโดยชาวมาเลเซียนั้นเอง

ที่ อินเดีย ทาทา ดังไม่แพ้ที่อื่นเหมือนกันเพราะ ทาทา เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ 2 ฉบับในเวลาเดียวกันและยังถูกรับเชิญให้ร้องและแสดงในมิวสิค วิดีโอของภาพยนตร์อินเดียที่มีทุนสร้างสูงสุดในประวัติการณ์
๐๐๐๐ ที่ ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย มีคนมากกว่า 20,000 คน รอดูการแสดงสดของเธอ อีกทั้งเธอยังได้รับโอกาสในการเป็น พิธีกรหญิงคนเดียวในงาน MTV Music Video Award ที่ประเทศ ฟิลิปปินส์

ที่ประเทศ เกาหลี ทาทา ยังได้รับเชิญจากนักร้องชายที่ดังเป็นอันดับหนึ่งของเกาหลี “ H “ ในการร้องเพลงร่วมกันในเพลง “I think of You” ซึ่งจะเป็นซิงเกิ้ลที่ 4 ของเธอ
ที่ ไต้หวัน ทาทา ได้รับเกียรติให้เป็นศิลปินไทยคนแรกที่ได้แสดงในงานประกาศรางวัล Golden Melody Award ( เป็นงานประกาศรางวัล แกรมมี่ของไต้หวัน )และได้มีโอกาสทำงานร่วมกันกับศิลปินชั้นนำของไต้หวัน เช่น F4, Jay Chou, Wang Lee Hom, Jolin Tsai และอีกมากมาย
และที่ ฮ่องกง และ จีน “Sexy, Naughty, Bitchy” ได้รับความนิยมถึงอันดับที่ 1 ตามมาด้วยเพลง “I Believe”

สำหรับงานโฆษณาในปีนี้ ความดังจากการโกอินเตอร์ของเธอ ส่งผลให้ได้รับเลือกเป็นพรีเซนเตอร์ของเครื่องดื่มน้ำดำอย่างเป๊ปซี่ร่วมกับ แวนเนส เอฟโฟร์ (Wanness F4) ในภาพยนตร์โฆษณาชุด Pepsi Fire & Ice ที่ออนแอร์ไปทัวร์เอเชีย โดยมีการถ่ายทำขึ้นที่ชนบทในประเทศจีน ด้วยคอนเซบการรวมพลังของ 2 นักรบ โดยทาทารับบทเป็นตัวแทนของเป๊ปซี่ไฟร์
แต่ในระหว่างที่กำลังทัวร์คอนเสิร์ต ณ ประเทศเนปาล ทาทาก็ได้รับข่าวร้ายว่าคุณแม่บัญชร ยัง ที่เธอได้เฝ้าดูแลมาโดยตลอดหลังจากเป็นโรคมะเร็งที่หลอดลมอยู่ที่โรงพายาบาลบำรุงราษฏ์ อินเตอร์เนชั่นเนล เป็นระยะเวลาเกือบครึ่งปี ได้เสียชีวิตลงแล้วเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ทำให้ทาทาตัดสินใจยกเลิกทัวร์และเดินทางกลับประเทศไทยทันที
เพลง Sexy , Naughty , Bitchy หรือ I Believe ต่างได้รับความนิยมอย่างมากทั่วทั้งเอเซีย ติดชาร์ตวิทยุมาหลายคลื่น และในช่วงเวลาถัดมาทำให้เธอได้จุดประกายโด่งดังในเอเชียเมื่อเธอได้รับการติดต่อให้ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปีของ Bollywood (อินเดีย) ในเรื่อง Dhoom ซึ่งเธอได้ร้องเพลง Dhoom Dhoom ในเวอร์ชันภาษาอังกฤษ และทำให้ยอดขายของอัลบัมซาวด์แท็รกประกอบภาพยนตร์ขายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในอิยเดีย คนทั้งอินเดียให้ฉายาเธอว่า Dhoom Girl และเพลงก็โด่งดังทั่วเอเชีย และเพลงอัลบัม I Believe ของเธอยังเข้าไปติดอันดับ 1 ใน Zip Fm. และ ติดท็อปเท็นใน Oricon Chart 2 ชาร์ตเพลงดังในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย
นอกจากนี้ เธอกลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของเด็กสาวจากแดนอาทิตย์อุทัยไปแล้วเมื่อ มิวสิกวีดีโอของเธอถูกเปิดทุก 10 นาที ที่จอยักษ์ใน ชิบูย่า แหล่งรวมของวัยรุ่นญี่ปุ่น ภายใน 2 สัปดาห์ อัลบั้มของเธอขายได้ถึง 100,000 ก็อปปี้ ซึ่งถือเป็นสถิติที่ดีเยี่ยมสำหรับศิลปินเอเซียที่เข้ามาขายในญี่ปุ่น จากนั้นเธอเดินทางไปเปิดการแสดงคอนเสิร์ตมาแล้วทั่วเอเซีย รวมทั้งเปิดการแสดงคอนเสิร์ต 6 รอบ ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งบัตรถูกขายหมดในเวลารวดเร็ว จนถูกกล่าวขานจากสื่อมวลชนของประเทศญี่ปุ่นว่าเป็นคอนเสิร์ตที่ร้อนแรงที่สุดในรอบปี และอัลบัม I Believe ก็ได้สร้างยอดขายของแต่ละประเทศได้อย่างประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะประเทศไทย, ญี่ปุ่น, อินโดฯ, สิงคโปร์, มาเลย์, อินเดีย ได้คว้ารางวัลแผ่นเสียงทองคำขาว (Platinum) และ โกล์ด (Gold) มาได้อย่างเรียบร้อย ด้วยยอดขายทั่วเชียกว่า 1.2 ล้านก๊อปปี ้

ในปี 2548
ด้วยกระแสความดังอย่างต่อเนื่องทำให้ค่ายรถมอเตอร์อย่างซุซูกิได้เลือกทาทาให้เป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาถึง 5 ตอนด้วยกัน โดยแสดงคู่กับหวังลีหง (Wang Lee Hom) ในชุด Suzuki Life Is Action 3 ตอน และอีก 2 ตอนคือ Katana , Step 125
จากความสำเร็จของอัลบั้ม 'I Believe' ที่วางขายที่ญี่ปุ่นในปี 2004 เดือนมีนาคม ทาทาได้วางขายอัลบั้มพิเศษ TATA YOUNG Dhoom Dhoom นอกจากมีซิงเกิ้ล Dhoom Dhoom แล้ว ความพิเศษของอัลบั้มนี้คือการนำ 3 เพลงฮิตจากอัลบั้ม I Believe ทั้ง Sexy Naughty Bitchy, I Believe และ I Think of you มาทำใหม่ในเวอร์ชันภาษาญี่ปุ่น และในการประกาศรางวัล The Japan Gold Disc Award 2005 ครั้งที่ 19 ทาทาก็ได้รับรางวัล 'New Artist of The Year' ด้วย
ดือนเมษายนทาทาได้เริ่มทัวร์คอนเสิร์ตที่ประเทศญี่ปุ่น 'Tata Young - I Believe Japan Tour 2005' ซึ่งได้เปิดการแสดงรวม 6 เมืองด้วยกัน คือ Fukuoka, Osaka, Yokohama, Nagoya, Sendai และTokyo
โชคไม่ดีก็เกิดขึ้นอีกครั้ง หลังทัวร์คอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่นสิ้นสุดลง ทาทาก็ต้องเสียบุคคลสำคัญของชีวิตไปอีกคน นั้นก็คือ 'พี่เมียง ' แม่นมของทาทาที่เลี้ยงทาทามาตั้งแต่เด็ก ด้วยโรคมะเร็งเช่นเดียวกัน แต่ในการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ถึง 2 ครั้งนั้น ทำให้ทาทาเข้มแข็งขึ้น จนกระทั่งพูดว่า 'แม้ตายทาทาก็ไม่เสียดายชีวิต'
หลังจากกลับมาจากการทัวร์โปรโมตอัลบัม I Believe อยู่หลายเดือน ทาทาก็กลับมาเซอร์ไพร์แฟนเพลงชาวไทย โดยการจัดคอนเสิร์ตยิ่งใหญ่ในรอบ 10 ปี และนอกจากนี้ยังเป็นคอนเสิร์ตปิดตัวอัลบัม I Believe ลงอย่างเป็นทางการ ซึ่งจัดขึ้นที่อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี ในวันที่ 16 กรกฎาคม และบัตรขายหมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว จนต้องเพิ่มรอบคอนเสิร์ตอีกในวันที่ 17 กรกฎาคม สร้างความสนุกสนาน ความประทับใจให้กับแฟนเพลงชาวไทยเป็นอย่างมาก ในการกลับมาเล่นคอนเสิร์ตใหญ่ในครั้งนี้
หลังจากปิดฉากอัลบัม I Believe ไปเรียบร้อยแล้ว ทาทาก็ส่งงานเพลงไทยให้แฟนเพลงหายคิดถึงกับอัลบัมที่มีชื่อว่า Dangerous Tata ที่มีซิงเกิ้ลเปิดตัวอย่าง Dangerous ที่ร่วมงานกับ ไทยเทเนี่ยม และในอัลบั้มนี้ยังได้ร่วมงานกับศิลปินอื่นๆอีกมากมายเช่น นภ พรชำนิ , โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร , บอย-ตรัย ภูมิรัตน์, (B5) วันแรกที่ออกจำหน่ายก็สามารถทำยอดขายได้ถึงหนึ่งแสนแผ่น พร้อมกับได้รับรางวัลแพลตินัมตั้งแต่วันแรกที่ออกจำหน่าย

ในปี 2549
ทาทา ยัง รับรางวัลงานเอ็มทีวี เอเชีย อวอร์ดส
เธอได้ร่วมงาน เอ็มทีวี เอเชีย อวอร์ดส ร่วมร้องเพลงกับ ลี ไรอันในเพลง Endless Love นอกจากนั้นเธอยังได้รับรางวัล Favorite Artist Thailand ไปครองอย่างสมใจอีกด้วย
และในปีเดียวกันนี้ เธอกลับมาพร้อมกับอัลบั้มเพลงสากลชุดที่สองของเธอ ในชื่อ 'Temperature Rising' ซึ่งมีเพลงเปิดตัวชื่อเพลง El Nin-YO!ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ความร้อนระอุทั่วเอเชีย ไม่ว่าจะขึ้นชาร์ต Zip FM ของญี่ปุ่น, อินโดฯ, สิงคโปร์, ประเทศไทย และทำให้เพลง El Nin-YO! กลายเป็นเพลงที่ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง จนความแรงของซิงเกิ้ลเพลงแรกร้อนระอุอยู่ ทาทาก็เตรียมส่งซิงเกิ้ลที่สองที่ชื่อว่า Zoom ซึ่งเป็นแนวคอนเซ็ป "ดูแต่ มืออย่าต้อง"
หลังจากความสำเร็จที่ได้รับ และเสียงเรียกร้อง 7 เพลงจากอัลบั้ม Temperature Rising ได้ถูกนำมาผลิตเป็นวีซีดีคาราโอเกะในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีการจัดคอนเสิร์ตใหญ่ส่งท้ายปี ในเดือนธันวาคม 2549 ที่ชื่อว่า TATA YOUNG TEMPERATURE RISING LIVE IN BANGKOK ซึ่งจัดที่อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี ในวันที่ 15 ธันวาคม 2549 และทาทาก็ได้เซอร์ไพร์แฟนๆ ด้วยการนำซิงเกิ้ลตัวที่ 3 มาฉายในคอนเสิร์ต ซึ่งมีชื่อว่า Come Rain Come Shine
และความโด่งดังของเธอได้ประจักษ์ต่อสายตาคนทั้งเอเชีย เมื่อเธอได้เข้ามาเป็น Brand Ambassador ของสินค้าโทรศัพท์มือถือยี่ห้อเมืองไทยอย่าง I-Mobile และรุ่นที่เธอเป็น Brand Ambassador อยู่นั้นคือ I-Mobile 611 และในช่วงเดือนมีนาจะมีทริปเที่ยวกับทาทาที่บาหลี 3วัน 2คืน กับผู้โชคดีของไอ-โมบาย

ปี 2550
ถือว่าเป็นปีทองของเธอเลยทีเดียว เมื่อเธอได้เป็น Image Girl คนแรก และล่าสุดของช่อง Star World ช่องโทรทัศน์ระดับโลก ซึ่งดึงเธอมาประชาสัมพันธ์งานต่างๆของสถานี และเธอก็ได้ถ่ายทำโฆษณาของสถานีดังกล่าวที่ประเทศฮ่องกง โดยใช้เพลงที่อยู่ในอัลบัมที่มีชื่อว่า Come Rain Come Shine มาประกอบภาพยนตร์โฆษณาอีกด้วย ซึ่งเมืองไทยสามารถรับชมโฆษณาของเธอได้ที่ทาง True Visions ช่อง 34 'Star World'

ทาทา ยังได้รับเลือกเป็นตัวแทนรณรงค์เรื่องการค้ามนุษย์ ในโครงการ EXIT : End Exploitation & Trafficking ซึ่งแพร่ภาพทั่วโลกโดยเริ่มออกอากาศที่ประเทศไทยเป็นที่แรก โดยจะร่วมมือกับสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (USAID) ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในสหรํฐ ซึ่งจุง จี-ฮุน หรือเรน จะช่วยเหลือ MTV ในการประชาสัมพันธ์รณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ด้วยเช่นกัน[1]
ทาทา ยังวางแผนจะออกอัลบัมเพลงไทยชุดหนึ่งในช่วงสิ้นปีนี้ โดยอัลบัมชุดนี้จะบรรจุเพลงเทิดพระเกียรติในหลวงด้วย
วันที่ 11 พฤษจิกายน 2550 ทาทา เข้าพิธีหมั้นกับ เปรม บุษราคัมวงษ์ ทายาทค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ ที่โรงแรมเพนนินซูล่า[2]

ในปี 2551
หลังจากหมั้นหมายกับแฟนหนุ่มไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ทาทาก็ยังรับงานตามงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ
ทาทาก็เจอกับข่าวร้ายอีกครั้ง เมื่อมีผู้ไม่หวังดีโทรมาขู่ฆ่านักร้องสาว และพยายามจะให้นักร้องสาวเอาเงินมาให้เพื่อแลกกับชีวิต แต่เหตุการณ์ดังกล่าวก็ผ่านไปด้วยดี และตามตัวจับกุมคนร้ายได้ โดยทาทาและเปรมเข้าขอความช่วยเหลือจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง

อัลบัม "ONE LOVE" อัลบัมภาษาไทยชุดล่าสุดของทาทา ได้วางขายเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2551 หลังจากเริ่มลงมือทำอัลบัมชุดนี้ไปเมื่อตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2550 มีจำนวน 10 ด้วยกันในอัลบัมนี้ โดยมีเพลง "ONE LOVE" เป็นซิงเกิ้ลแรก ปล่อยตัวออกมาผ่านวันวาเลนไทน์วันแรก ไต่ขึ้นชาร์ตวิทยุต่างๆทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดได้อย่างรวดเร็ว และตามมาด้วยเพลง "ต้นเหตุแห่งความเศร้า" ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลตัวที่สอง ถึงแม้ว่าอัลบัม One Love นี้ ทาทาจะปรับลุคตัวเองออกมาในแนวสบายๆ ไม่เซ็กซี่หวือหวาจนเกินไป เพราะทาทาอยากให้แฟนๆและคนไทย ได้สัมผัสถึงตัวตอนของทาทาที่แท้จริงๆ นอกจากจะซื้ออัลบัมของจริงแล้ว 1 บาทจากการซื้อของท่าน จะส่งทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนาอีกด้วย
อัลบัม One Love นี้ ยังมีโครงการดีๆ ที่ทาทาและทีมงานนำเสนอให้กับคนไทย ไม่ว่าจะเป็นโครงการ
- One Love One Leaf ทุกคนสามารถร่วมกิจกรรมบริจาคเพียงคนละ 1 บาท รับใบไม้ 1 ใบ มารวมพลังกันที่ต้นไม้ One Love One Leaf ที่จะเดินทางไปพบกับแฟนๆ พร้อมกับทาทาในแคปญทัวร์ โดยรายได้ร่วมสมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา
- One Love One Book เป็นการบริจาคหนังสือเล่มเก่า หรือที่ไม่ใช้แล้ว ร่วมแบ่งปันผ่านโครงการนี้กับทาทา ให้กับน้องๆที่ด้อยโอกาสที่ไม่มีหนังสืออ่าน
- One Love One Memory ร่วมถ่ายรูปภาพสุดประทับใจในแนว One Love ของคุณ ไม่ว่าจะแฟน พ่อ แม่ พี่ น้อง หรือสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของคุณมาแบ่งปันกันที่ www.sanook.com/tatayoungonelove โดยทาทาจะเป็นกรรมการตัดสินว่ารูปไหนจะโดนใจที่สุด และรับรางวัลจากมือถือ I-mobile
- One Love One Voice โครงการดีๆ สำหรับน้องๆที่รักการร้องเพลง ร่วมประกวดชิงทุนการศึกษา โดยทาทาจะเป็นกรรมการในการตัดสินนี้ด้วย
- One Love One Baht 1 บาทจากการซื้ออัลบัม CD/VCD One Love จะมองให้กับมูลนิธิชัยพัฒนา

นอกจากนี้ทาทายังจัดแคมเปญเดินสายทัวรคอนเสิร์ต์ต่างจังหวัดทุกภาคของประเทศไทยครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปี เพื่อพบปะแจกลายเซ็นแฟนต่างจังหวัดของเธอไม่ว่าจะเป็น เชียงใหม่ อุดรธานี กรุงเทพฯ และภูเก็ต เพื่อนำโครงการ One Love รักเดียวเพื่อเมืองไทย ไปให้แฟนๆทั่วประเทศได้ร่วมสนุกกันอีกด้วย

ทาทา ยังได้รับเป็นแบรนแอมบาสเดอร์ให้กับรถยนต์ FORD และร้องเพลง Here Today ประกอบโฆษณาของรถยนต์ FORD อีกด้วย

ช่วงกลางเดือนเดือนพฤษภาคม 2551นี้ ทาทาจะเดินทางไปทำงานเพลงอัลบัมสากลชุดที่ 3 ที่ประเทศเยอรมัน ซึ่งทาทาจะใช้เวลา 3 เดือนเต็มที่จะเดินสายทำงานเพลงสากลทั่วประเทศในยุโรป ไม่ว่าจะเป็น ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมัน และสวีเดน และจะพบกับงานเพลงของเธอได้ในช่วงต้นปี 2009 โดยอัลบัมสากลชุดที่สามนี้จะนำเอาเพลงเก่าจากอัลบัมสากลก่อนๆมารวมใส่ลงไปด้วย และเป็นอัลบัมที่จะวางขายทั่วยุโรป เพื่อเป็นการโปรโมทศิลปินในการก้าวขึ้นไปขั้นนานาชาติได้อีกขั้นหนึ่ง
 

Related Articles

AddThis

AddThis Social Bookmark Button